2JAE | Before Goodbye


Before Goodbye
Jaebum / Youngjae / Jinyoung

 

 

 

Easy come easy go, that’s just how you live

Oh, take, take, take it all but you never give

 

 

 

ไม่เคยมีใครอยากเป็นตัวสำรองในสนามของความรัก

แต่เงื่อนไขทางเวลาทำให้ ‘ชเวยองแจ’ ต้องตกอยู่ในสถานะดังกล่าวอย่างจำยอม  ได้ครอบครองในยามที่เจ้าของตัวจริงไม่อยู่เท่านั้น

เจ็บไหม?  เจ็บ

แต่ไม่มากเท่ากับการได้รู้ว่า  ต่อในยินยอมลดฐานะตัวเองเพื่อเขาคนนั้นมากแค่ไหน  ก็ไม่มีวันได้หัวใจกลับมา

เพราะ ‘อิมแจบอม’ ไม่เคยเหลือที่ว่างให้ใครนอกเสียจาก ‘ปาร์คจินยอง’

 


 

ทันที ที่ประตูห้องถูกปิดลง  เสื้อผ้าที่กลายเป็นส่วนเกินในเกมรักก็ถูกกระชากออกลวกๆ  ยองแจหลับตาแล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ใจปรารถนา   ลมหายใจของเขาและแจบอมกลายเป็นหนึ่งเดียวเมื่อริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน   อย่างเร่าร้อนและรุนแรง  คำว่ารักที่อีกฝ่ายพร่ำบอกทำให้หัวใจเต้นระรัวเหมือนทุกครั้งที่เคยได้ยิน

รักลวงๆ ของคนลวงๆ

ร่าง สูงถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเมื่อเห็นเขาเริ่มหายใจไม่ทัน   แต่ไม่วายฝากจุมพิตบางเบาราวกับจะตีตราประทับเอาไว้บนเปลือกตาบาง   อ่อนโยนจนทำให้เด็กน้อยอย่างเขาเคลิบเคลิ้มไปกับทุกสัมผัสที่คนตรงหน้ามอบ ให้

ผู้ชาย คนนี้เป็นบุคคลอันตราย   หากคุณเผลอใจเมื่อไหร่   เขาจะทำให้คุณตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา  เพราะเพียงแค่ชายหนุ่มกระซิบคำว่า ‘รัก’   ศีลธรรมล้านแปดที่คุณใช้ห้ามใจเอาไว้ก็พลันไร้ความหมายไปเสียสิ้น   ยินดียกให้ทั้งตัวทั้งใจโดยหวังเพียงจะได้อยู่ในสายตาของเขาสักห้านาที

นั่นแหละ  ‘อิมแจบอม’  รุ่นพี่ตัวร้ายที่ทำให้ชเวยองแจเลือกหันหลังให้กับแสงสว่าง   แล้วยอมเป็นเพียง ‘เงา’ ของปาร์คจินยอง

“จะกลับแล้วเหรอ” แจบอมที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำถามเสียงเรียบเมื่อเห็นเด็กหนุ่มรุ่นน้องกำลังเก็บของใส่กระเป๋า

กฎข้อหนึ่งที่คู่ขาควรรู้ดี  พวกเขามีสิทธิ์ครอบครองแต่ไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ

“อืม”

“นึกว่าจะค้าง”

ยองแจ ชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสตางค์  ประกายดีใจวาบขึ้นในแววตาเพียงชั่ววูบก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว  เขาเลือกตอบคำถามด้วยคำถาม  “อยากให้ค้างด้วยแน่เหรอ”

แจบอมนิ่งไปนิดก่อนยักไหล่   แล้วเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัว

คำถามดังกล่าวไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเพราะไม่เคยมี ใครได้ค้างที่นี่ ยองแจยังจำได้ดีว่าเมื่อเจ็ดเดือนที่แล้วเกิดข่าวลือแพร่ไปทั่วคณะทันทีที่ มีคนเห็นแจบอมพาเขาลงมาจากคอนโด   หลายคนฟันธงว่าเขาคือคนพิเศษคนใหม่ของเจ้าชายน้ำแข็ง   เพราะถ้าไม่สำคัญจริงคงไม่มีวันได้เข้ามาเหยียบที่นี่

ฟังแล้วปวดใจ

สักนิดชเวยองแจก็ไม่ได้เข้าใกล้กับคำว่าคนพิเศษอะไรนั่น

เด็ก หนุ่มแค่นยิ้มให้ตัวเองแล้วเก็บของต่อ  ตาเหลือบไปมองเตียงนอนด้านซ้ายซึ่งถูกเว้นเอาไว้ให้ใครบางคนโดยเฉพาะ  พื้นที่ส่วนตัวที่กินบริเวณไม่มากนักแต่เจ้าของกลับหวงแหนเสียยิ่งกว่าอะไร

บทรัก อันเร่าร้อนของพวกเขาไม่เคยเริ่มต้นที่เตียง – เขารู้ดีว่าชายหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงมัน – แต่ก็มักจะสิ้นสุดที่เตียงเสมอ  ฟังดูเหมือนเป็นคนสำคัญ  ทว่าในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่  ยองแจมองเห็นแววตาสำนึกผิดของคนเย็นชาทุกครั้งหลังเกมรักของพวกเขาจบลง   เช่นนี้เขาจึงไม่เคยมีความหวังว่าจะได้หัวใจของแจบอมมา   ตราบใดที่มันยังถูกฉาบด้วยน้ำแข็งอย่างแน่นหนาจนแม้แต่เวทย์มนต์บทใดก็ไม่อาจละลายได้

และได้โปรดอย่าถามว่าทำไมเขาถึงยอมตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชเช่นนี้

เพราะเขาเองก็ยังตอบคำถามนี้ไม่ได้เลยสักครั้ง

“กลับนะ” เขาเดินมาบอกรุ่นพี่ที่แก่กว่าเพียงไม่กี่ปีด้วยน้ำเสียงราบเรียบแล้วหันหลังกลับ   ชินเสียแล้วกับความเงียบงันที่มักจะได้คำเป็นคำตอบ   แจบอมบนเตียงต่างจากแจบอมตอนปกติลิบ

“ให้ไปส่งมั้ย”

ยองแจเลิกคิ้วสูงทันที่ที่ได้ยินเช่นนั้น  นี่หูเขาฝาดหรืออีกฝ่ายไม่สบายกันน่ะ  เขาหันมามองหน้าเย็นชาแล้วเอ่ยถาม “พูดอีกรอบสิ”

“ให้ไปส่งมั้ย”

“นึกยังไงจะไปส่ง”

“อืมมม” แจบอมลากเสียงยาวๆ ขณะคิดคำตอบ  “ว่าง”

โกหก  อยากจะพูดคำนี้ใส่   แต่คิดดูแล้วผลได้ไม่ค่อยคุ้มเสีย   ยองแจจึงได้แต่ยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างสนเท่

“เหมือนนายไม่ค่อยอยากเท่าไหร่นะ  งั้นก็กลับดีๆ แล้วกัน”

“ไม่ใช่ไม่อยาก” เขาสวน  “แค่แปลกใจเฉยๆ”

คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยิน  “ทำไม  ปกติพี่ใจร้ายนักเหรอ”

“มาก” เขาเองก็ตอบตรงจนอีกฝ่ายชะงัก  ยองแจเม้มปาก  พยายามพูดโดยไม่ใส่ความรู้สึกใดๆ ลงไปในน้ำเสียง  “แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ใจดีกับผม  ไม่งั้นผมคงทำใจไม่ได้ถ้าเราเลิกกัน”

เกิดความเงียบสามวินาทีหลังจากยองแจพูดจบ

แจบอมหัวเราะกับคำตอบที่ไม่คาดว่าจะได้รับ  “ดูนายมั่นใจเหลือเกินนะว่าเราต้องเลิกกัน   เวลาพี่บอกรักนายไม่เคยได้ยินหรือไง”

“คำว่ารักบนเตียงใครเขาเชื่อกัน”  พูดไปงั้น  เพราะจริงๆ ก็พร้อมหลอกตัวเองเสมอว่านั่นคือความจริง

แจบอมอมยิ้ม  มือหนาขยี้หัวเขาแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถ

การกระทำเดียวที่ทำให้กำแพงความเข้มแข็งของยองแจทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี

นี่พอจะเรียกมันว่าความหวังได้ไหมนะ?

 


 

คณะ เศรษฐศาสตร์ตั้งอยู่ด้านในสุดของมหาวิทยาลัย  ตัวอาคารใหญ่โตสมกับเป็นคณะที่มีนักศึกษาจำนวนมาก    ยองแจจึงเลี่ยงความจอแจโดยการหลบมานั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดเพื่อฆ่าเวลารอ รุ่นพี่ปีสี่อย่างแจบอมเลิกเรียน   แต่ก็มิวายมีเสียงกระซิบกระซาบของนักศึกษาผู้หญิงคู่หนึ่งลอยมาให้เขาได้ยิน

“นี่  ได้ข่าวเรื่องพี่จินยองไหม”

“จินยองไหน? ปาร์คจินยองน่ะนะ”

“ใช่  แฟนเก่ารุ่นพี่แจบอมนั่นแหละ”

ยองแจ ชะงักมือที่กำลังไล่ไปตามสันปกหนังสือทันทีที่ได้ยินชื่อปาร์จินยอง   โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ   เขาพบว่าตัวเองกำลังแอบฟังประโยคสนทนาของสองสาวเข้าเสียแล้ว

“แฟนเก่าที่ไหน  เท่าที่รู้พวกเขายังไม่ได้เลิกกันนี่  พี่จินยองแค่ไปย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศแค่สองปีเอง”

“อ้าว แล้วเด็กที่ชื่อยองแจอะไรนั่นล่ะ”

คนเริ่มเรื่องหัวเราะคิก  “เธอไม่รู้จักคำว่ากิ๊กเหรอ  แฟนไม่อยู่หนูก็ร่าเริงทั้งนั้นแหละ”

เจ็บ

“โธ่  เห็นคั่วกันตั้งหลายเดือนนึกว่าเป็นแฟนกันแล้วเสียอีก”  เธอว่าต่อ ยองแจรู้สึกว่ามือที่แนบอยู่ข้างลำตัวเผลอกำเข้าหากันเสียแน่น   ใจหนึ่งก็อยากเดินหนีไปให้พ้นๆ จะได้ไม่ต้องทนฟังอะไรที่ทำร้ายจิตใจอีก  แต่อีกใจก็ตรึงเขาไว้กับที่ด้วยความอยากรู้

“ว่าแต่พี่จินยองทำไมนะ”

“ฉันได้ยินว่าพี่จินยองกลับมาแล้ว  ถึงโซลวันนี้นี่แหละ”

“นักศึกษา  ที่นี่ห้องสมุด  ถ้าจะคุยเชิญข้างนอกค่ะ!”  เสียงบรรณารักษ์ดังแทรกกลางบทสนทนาขึ้นมา  สองสาวพึมพำคำขอโทษแล้วเดินจากไปจากชั้นหนังสือที่กั้นพวกเธอและคนแอบฟังเอา ไว้อย่างรวดเร็ว

ความ เงียบดูจะเงียบกว่าที่เคย  ยองแจเอามือกุมหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง   กลัวเหลือเกินว่าบรรณารักษ์จะไล่เขาออกไปเพราะเสียงหัวใจที่เต้นดังกว่าปกติ   เขาปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดเพียงชั่วครู่แล้วจึงเดินออกมายังบริเวณ ที่ใช้เสียงได้   นึกลังเลว่าจะโทรหาแจบอมดีหรือเปล่า  แต่รู้ตัวอีกทีเสียงของแจบอมก็ดังลอดโทรศัพท์ออกมาแล้ว

(“ฮัลโหล  ได้ยินหรือเปล่าเนี่ย”)

“อ๊ะ  เอ่อ  พี่อยู่ไหนเหรอฮะ” เขาถามเสียงแผ่ว  พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ

(“อยู่อินชอน”)

ยองแจเผลอเม้มปากทันทีที่ได้ยิน  “ไปทำอะไรเหรอ”

แจบอมเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ  (“มารับจินยอง”)

 


 

ยองแจ ขังตัวเองอยู่ในห้องพักเป็นเวลาสามวัน   โทรศัพท์มือถือมีแบตเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะกลัวว่าถ้ามีคนโทรมาแล้วเขาจะ ไม่ได้รับ  ทว่ามันก็เป็นเพียงฝันลมๆ แล้งๆ  เพราะแม้แต่เมสเซจสักฉบับยังไม่มี   นี่เขาหวังสูงไปหรือเปล่าที่จะให้อิมแจบอมโทรมา   ในเมื่อรุ่นพี่จินยองกลับมาแล้ว   เงาอย่างเขาจะมีความหมายอะไรอีก

ฮึก  ใจร้าย

น้ำตา ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก   ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าพยายามทำตัวเข้มแข็งมาโดยตลอด   แต่เมื่อหัวใจต้องยอมรับความจริงว่าต่อจากนี้จะกลับไปเป็นคนไม่รู้จักกันมัน ก็เจ็บจนแทบทนไม่ได้   ไหนล่ะที่เคยย้ำกับตัวเองเสมอว่าจะไม่เรียกร้อง   จะไม่ถลำลึก  และพอใจกับความสัมพันธ์ที่มีกำแพงกางกั้น   พอถึงเวลาต้องไปจริงๆ ทำไมถึงเสียใจ

ทำไม

เขา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู  ภาพหน้าจอเป็นรูปอิมแจบอมตอนหลับ  เขาเป็นคนแอบถ่ายรูปนี้เมื่อสองเดือนก่อนเอง  ยองแจลูบใบหน้าที่ไร้พิษสงนั่นอย่างเหม่อลอย  ผู้ชายที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเป็นแค่คนธรรมดาที่เขาสามารถเอื้อมถึง   ใช่  อิมแจบอมเป็นคนที่เขาเคยเอื้อมถึงจนกระทั่งเมื่อสามวันที่แล้ว

“แม้แต่คำลาก็ไม่มีให้ผมเลยเหรอ” เขารำพึงกับหน้าจอโทรศัพท์   น้ำตา ยังคงไหลออกมาไม่หยุด  ก็พอรู้ว่าใจร้าย  แต่ไม่คิดว่าจะใจร้ายได้ขนาดนี้   จะให้เขาฝันไกลถึงการได้ครอบครองหัวใจได้อย่างไรในเมื่อ ‘เยื่อใย’ บางๆ ยังไม่มีให้กันเลย

ยองแจ ปลดล็อกหน้าจอแล้วเข้าไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ปกติตนไม่ค่อยได้เล่น   มีการแจ้งเตือนขึ้นมาเป็นสิบ   เขากดไล่ดูทีละอัน   ส่วนมากจะก็เป็นเพื่อนๆ ในภาคที่แท็กรูปมา   แต่หนึ่งในคำแจ้งเตือนเหล่านั้นมีเพียงอันเดียวที่ทำให้หัวใจเขาแทบหยุดเต้น

Jinyoung Junior Park added you

ยองแจ มือสั่นจนแทบจะทำโทรศัพท์ร่วง   เริ่มเข้าใจที่เขาว่ากันว่าคนมีชะนักติดหลังมักจะไม่มีความสุข  จะทำอะไรก็ระแวงไปหมด  การที่พี่จินยองแอดเขามาแบบนี้หมายความว่ารับรู้ความสัมพันธ์ของเขากับพี่ แจบอมแล้วใช่ไหม  แล้วจะแอดมาทำไมอีก  จะต่อว่างั้นเหรอ  ใช่สิ  เป็นชู้กับแฟนชาวบ้านเขามาเนิ่นนานใครจะไปพอใจ

ปุ่ม accept กับ decline อยู่ห่างกันเพียงแค่นิ้วสัมผัส   แต่ยองแจยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไรดี  จะทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น  หรือจะวิ่งหนีเช่นคนขี้แพ้ตลอดไป

เขาไม่เคยเกลียดตัวเองขนาดนี้มาก่อนเลย   สาบาน

พี่จิ นยองมี mutual friends กับเขาเป็นสิบ  และหนึ่งในนั้นคือพี่แจบอม   ความคิดถึงดลให้เขากดเขาไปดูในโปรไฟล์ของเจ้าตัวปัญหา   หากบอกว่าชเวยองแจแทบจะไม่เคยเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้ว  มนุษย์ที่ไม่สนใจใครในโลกอย่างอิมแจบอมก็คงมีแอคเค้าท์เอาไว้กันเพ่ือนด่า เวลาแท็กรูปไม่ได้เท่านั้น   เพราะเจ้าตัวไม่เคยมาอัพเดตอะไรเลย

เดี๋ยว…

ภาพ โปรไฟล์ของแจบอมถูกเปลี่ยนเป็นรูปคู่ของชายหนุ่มกับพี่จินยองในอริยาบทที่ สดใส  ออร่าของความรักแผ่กระจายจนแม้แต่เขายังสัมผัสได้   อีกทั้งยังมีภาพดอกไม้ช่อใหญ่ที่เพิ่งถูกอัพโหลดขึ้นเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว   พร้อมแคปชั่นว่า ‘Thanks for coming back’ ให้ยองแจได้เจ็บใจเล่นๆ อีก

จ้างสแตนด์อินให้มาเสียใจแทนตอนนี้ทันไหมนะ

ในขณะ ที่ยองแจกำลังนั่งคิดมากก็มีข้อความจากโปรแกรมแชทเด้งขึ้นมา   วูบหนึ่งที่เขาเผลอคิดว่าเป็นแจบอม  แต่ก็ต้องผิดหวังเม่ือกลายเป็นของเพื่อนสนิทแทน   เขาถอนหายใจแล้วกดเข้าไปอ่าน

 

jackson  w.   อยู่ไหนวะ

youngjae      ห้อง

jackson  w.   มึงเลิกกับพี่แจบอมแล้วเหรอ

 

คำว่าเลิกกันทำให้เขาน้ำตารื้นขึ้นมาอีกรอบ

 

youngjae       ถามทำไม

jackson  w.    ก็กูเห็นคนในคณะเค้าเม้าท์ๆ กันว่าแฟนเก่าไอ้หมอนั่นกลับมาแล้ว   แล้วมึงก็หายหัวไป  จะให้กูคิดยังไงล่ะ

youngjae       ก็คิดไปอย่างที่อยากคิด

jackson  w.    งั้นตอนนี้มึงคงกำลังจะฆ่าตัวตาย

youngjae       คงงั้น

jackson  w.    เฮ้ย  กูไม่ขำนะยองแจ

 

ยองแจ ถอนหายใจหนักๆ อีกครั้งแล้วโยนมือถือไปข้างตัว  เพิกเฉยแจ็คสันที่กำลังโทรเข้ามาอย่างเอาเป็นเอาตาย    ร่างบางทอดกายราบไปกับเตียง   เหม่อมองเพดานอย่างไร้จุดหมาย   ในหัวมีแต่ประโยคคำถามที่แม้แต่เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้   แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกี่ยวกับผู้ชายใจร้ายที่มาทำให้เขารักแล้วก็จากไป อย่างไม่ใยดี

“ไหนบอกว่ารัก”

ชเวยองแจ  คำว่ารักบนเตียงเชื่อได้ที่ไหน

 

 

Yes, I would die for you baby,

But you won’t do the same.

 


 

แจ็คสันโมโหจนแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง   ภายนอกที่ดูเข้มแข็งไม่สนใจโลกของเพื่อนสนิทนั้นซ่อนความเปราะบางเอาไว้ด้วย   ชเวยองแจเป็นคนดีเกินไปจนตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของอิมแจบอม   ยิ่งนึกถึงไอ้หมอนี่เขาก็ยิ่งโกรธ  ทั้งๆ ที่เตือนแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับคนพรรนั้น   แต่ร่างบางก็ดื้อเสียยิ่งกว่าดื้อ

เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วหมุนตัวกลับเพื่อจะเดินไปที่รถ  แต่สายตาก็ไปสะดุดกับคนคู่หนึ่งที่เดินหัวเราะเคียงข้างกันมา    แจ็คสันยกยิ้มมุมปากแล้วปรี่เข้าไปหาทันที

“อิมแจบอม”

แจบอมหันมามองเขานิ่งๆ  ในสายตาแฝงคำตำหนิที่ไม่ยอมเรียกว่ารุ่นพี่   ส่วนอีกคนที่เขาเดาว่าน่าจะเป็นปาร์คจินยองมีท่าทีงงๆ แต่ก็ดูเป็นมิตรมากกว่าอีกฝ่ายนัก

“มีอะไร” น้ำเสียงที่ถามออกมานิ่งไม่แพ้หน้าตา   รอยยิ้มที่แจ็คสันเห็นก่อนหน้าหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง  เออ นี่ค่อยเหมือนอิมแจบอมเวอร์ชั่นที่เขาคุ้นเคยหน่อย

“จะเอายังไงกับเพื่อนผม  พูดมา”

ใบหน้าของร่างสูงแทบจะไม่แสดงอารมณ์ยามตอบ  “ไม่มีอะไรจะพูด”

“มึง!” แจ็คสันเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง  “มึงแม่งเห็นแก่ตัว  คอยดูนะ  ถ้ายองแจเป็นอะไรไปจริงๆ  กูไม่เอามึงไว้แน่!!”

เขาผลักร่างสูงอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซลงไปกองกับพื้น  จินยองหันมามองเขาอย่างตกใจก่อนรีบลงไปช่วยประคอง

“แจบอมโอเคมั้ย”

แจบอมไม่ตอบคำถาม  สายตาจดจ้องอยู่ที่แจ็คสันอย่างสงสัย  “หมายความว่าไง”

“ทำอะไรไว้ล่ะ” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินจากไป   ขืนอยู่นานกว่านี้สักนาทีได้โดนจับข้อหาฆ่าคนตายแน่นอน

 


 

เหนื่อย

ความรู้สึกเดียวที่ยองแจรู้สึกตอนนี้คือเหนื่อย  เขาเพิ่งรู้ว่าการร้องไห้ติดต่อกันหลายชั่วโมงมันใช้พลังงานมากถึงเพียงนี้   จะหาว่าโม้ก็ได้  แต่ในชีวิตเขาเคยเสียน้ำตาแทบนับครั้งได้เพราะแม่บอกเสมอว่าจงเติบโตเป็นชเว ยองแจผู้เข้มแข็ง  ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเกิดเรื่องร้ายขนาดไหนเขาก็อดทนได้เสมอ   แต่ครั้งนี้มันไม่ไหวจริงๆ  อิมแจบอมทำลายทุกความเข้มแข็งที่มีในตัวเขานับตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน

“ชีวิตยากจัง” ยองแจรำพึงกับตัวเอง   เสียใจเรื่องแจบอมก็มากอยู่  แต่พอนึกไปถึงหน้าพ่อแม่ที่คงจะผิดหวังในตัวเขาก็รู้สึกราวกับโลกจะแตกสลาย   เพราะเขาไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง  หรือมีความสามารถเลิศเลอที่พอจะเป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัวได้   การรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับบุพการีจึงเป็นความภาคภูมิใจเพียงอย่าง เดียวที่เขามี

แต่บัดนี้ทั้งศักดิ์ศรีและหัวใจกลับถูกทำลายจนยับเยินเพราะผู้ชายใจร้ายคนนั้น

“แม่อย่าเกลียดยองแจนะ”  หยดน้ำใสรินจากหางตาจนชุ่มผ้าปูที่นอน   นึกชังตัวเองที่โดนกระทำขนาดนี้ก็ยังคิดถึงพี่แจบอมอยู่    โหยหาสัมผัสจากอีกฝ่ายราวกับเป็นสารเสพย์ติด

ก็พอรู้ว่ารัก  แต่ไม่รู้ว่าจะรักมากขนาดนี้

ยองแจหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า  ภาพความทรงจำเมื่อสองปีที่แล้วฉายซ้อนขึ้นมาในสมอง

 

“ทำอะไรอยู่วะยองแจ  เร็วๆ เลย   มึงอ่ะช้าตลอด” แจ็คสันที่เดินนำไปหลายก้าวหันมาตะโกนเรียกเสียงดัง   ยองแจนิ่วหน้าอย่างหงุดหงิด   จะให้เร็วได้ยังไงล่ะในเมื่อเขาต้องหอบกล่องเอกสารสูงแทบจะท่วมหัว  ในขณะที่ขี้บ่นเดินตัวปลิวไปโน่นแล้ว

 

ให้มือว่างก่อนเถอะพ่อจะตบกะโหลกให้โทษฐานปากดี

 

“อยากให้เร็วก็มาช่วยกันสิวะ” ร่างเล็กตอบกลับพลางสาวเท้าให้เร็วขึ้น  อากาศร้อนจนเหงื่อไหลเข้าหูเข้าตาไปหมด   ในขณะที่กำลังก่นด่าเพื่อนสนิทในใจพลางข้ามถนนไปยังอีกฝั่งของตึกเรียน  ยองแจก็รู้สึกว่าตัวเองโดนกระชากอย่างแรงพร้อมๆ กับเสียงแตรรถยนต์ที่ดังขึ้น   เขาไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทุกอย่างมันเร็วมาก   มาได้สติอีกทีก็ตอนที่โดนเจ้าของสายตาเย็นชาเรียก  ยองแจรู้สึกว่ากำลังโดนสูบวิญญาณผ่านทางแววตานิ่งสนิทนั่น

 

“นาย.. นี่นาย  เป็นอะไรมั้ย”

 

“ค..ครับ?  อ่อ  ไม่เป็นอะไรครับ” เด็กหนุ่มกล่าวอย่างติดๆ ขัดๆ   ยังคิดตามไม่ทันว่าทำไมเขาถึงได้มาอยู่ในอ้อมกอดของรุ่นพี่คนนี้ได้  ไม่นับรวมกลิ่นน้ำหอมจากอีกฝ่ายที่ทำให้สติเขาไม่ยอมกลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์ เสียทีด้วย     เพิ่งเข้าใจคำว่าโลกหยุดหมุนก็ตอนนั้นเอง

 

แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทที่แหกปากทำลายนาทีต้องมนตร์นี้ลง

 

“ไอ้แจ!” แจ็คสันวิ่งเข้ามาหาด้วยความตกใจพร้อมกับกระชากยองแจออกจากอ้อมอกของอีกฝ่าย   เด็กหนุ่มจับเขาพลิกตัวไปมาเพื่อหาร่องรอยบาดเจ็บ  ปากก็บ่นไม่หยุด  “ซุ่มซ่าม  บอกแล้วใช่มั้ยว่าเวลาข้ามถนนให้ดูรถดีๆ  แถมทำชีทร่วงเต็มถนนเลยเห็นหรือเปล่า”

 

“นี่บ่นเป็นพ่อเลยนะ   ถ้าแกช่วยฉันถือของตั้งแต่ทีแรกก็จบแล้ว” ยองแจตำหนิด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนหันมาทางรุ่นพี่ใจดีที่เพิ่งช่วยชีวิต เขาเพื่อจะกล่าวคำขอบคุณ   ทว่าพบเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น   ยองแจมองซ้ายมองขวาจึงเห็นว่าอีกฝ่ายเดินจากไปแล้วพร้อมกับชายหนุ่มอีกคน

 

“อ้าว  ไปแล้วเหรอ”  ยองแจพึมพำ  รอยยิ้มบางๆ ถูกวาดบนใบหน้า   นึกขอบคุณที่ในโชคร้ายเขาก็ยังได้เจอสิ่งที่ดี   

ยองแจแอบรักอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ มาตลอด  จนกระทั่งวันหนึ่งโชคชะตานำพาให้คนทั้งคู่มาใกล้ชิดกัน   สายฝนโปรยลงมาบางเบาเฉกเช่นริมฝีปากที่แจบอมกำลังสัมผัสเขา   คนแอบรักรู้ดีว่าทั้งหมดไม่ใช่การเริ่มต้น  แต่มันเป็นการตั้งนาฬิกาถอยหลัง

จนกว่าจะถึงวันที่ต้องบอกลา

 


 

แจบอมยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้น  พยายามทบทวนว่าเขาทำอะไรพลาดไปในความสัมพันธ์ที่ไม่ควรจเกิดขึ้นมา    ตั้งแต่จินยองไปเรียนต่อเขาไม่เคยนอนกับใครซ้ำเลยสักคืนจนกระทั่งมาเจอยองแจ  แจบอมยอมรับว่าพอใจเด็กนี่เป็นพิเศษ   เพราะยองแจไม่ใช่คนพูดมาก  ไม่เคยเรียกร้องจนน่ารำคาญเหมือนคนอื่นๆ  ไม่เคยแสดงความเป็นเจ้าของ  ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยทำตัวเป็นลูกไก่ในกำมือของเขา   ชเวยองแจจึงกลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเขาในเวลาอันรวดเร็ว   ก็ยอมรับว่าชอบ   แต่มันก็ไม่น่าจะมีความรู้สึกประเภท ‘เป็นห่วง’ โผล่เข้ามาในหัวแบบนี้สิ

เป็นอะไรไปอิมแจบอม

“อยากไปหายองแจมั้ย” จินยองถามเรียบๆ

เขาหันขวับไปหาอีกฝ่ายราวกับเพิ่งโดนถอนมนต์สะกด  “ว่าอะไรนะ”

คนมีศักดิ์เป็นแฟนพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย  “ถามว่าอยากไปหาเด็กคนนั้นมั้ย  ชเวยองแจนั่นน่ะ”

แจบอมเลิกคิ้วสูง  “รู้จักชื่อหมอนั่นได้ยังไง”

“จะให้ไล่ชื่อไหมว่าตลอดสองปีที่ผ่านมาเธอนอนกับใครบ้าง  ระวังจะอึ้งว่าเราจำชื่อเด็กของเธอได้มากกว่าตัวเธอเอง” น้ำเสียงของจินยองไม่มีแววตำหนิ  เช่นเดียวกับสายตาที่ทอประกายล้อเลียนมากกว่าโกรธเกรี้ยว  จนทำให้คนอย่างแจบอมละอายใจไปเอง

“ขอโทษ”

“ขอโทษทำไม”

“เรา..” เขาลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอก่อนพูดต่อ  “..ก็เรานอกใจเธอ”

“ถ้าได้ยินเร็วกว่านี้ก็ดีสิ”  จินยองกระตุกยิ้มมุมปากแล้วพรูลมหายใจออกมา  “รักเรามั้ย”

มือหนาเลื่อนไปกุมมืออีกฝ่ายไว้หลวมๆ  แจบอมไม่ใช่ผู้ชายที่พูดคำหวานพร่ำเพรื่อ   แต่กับจินยองทุกอย่างเป็นกรณียกเว้นเสมอ  “รัก”

“ไม่ จริงหรอก  เพราะถ้ารักเรามากพอเธอจะไม่มีวันทำแบบนี้” จินยองสวนกลับ  ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มที่เคยทำให้อีกฝ่ายตกหลุมรัก  ทว่าตอนนี้แจบอมรู้สึกว่ามันกำลังฆ่าเขาทั้งเป็น

“ขอโทษ”

“ขอโทษอีกแล้ว  ไม่คิดบ้างเหรอว่าคนฟังจะเบื่อ”

เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้งเมื่อแจบอมไม่รู้จะพูดอะไรต่อ   รู้สึกผิดกับจินยองจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

“แจบอมรักยองแจมั้ย”

“เปล่า” ปากไปเร็วกว่าสมอง  แจบอมขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่าหัวใจมันเต้นรัวเร็วอย่างต่อต้านคำพูดเมื่อ ครู่  เขาหลับตา  พยายามบังคับไม่ให้ใจสั่นมากไปกว่านี้

ไม่   ไม่ได้รัก

เขาไม่เคยรักใครนอกเสียจากผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า

“โกหก” จินยองกระซิบ  ค่อยๆ ดึงมือออกจากการกอบกุมของเขา  แววตานิ่งสนิทไม่มีแววยั่วล้อเช่นก่อนหน้า  “เธอโกหกคนอื่นได้เป็นร้อยแต่ไม่ใช่กับเรา  รู้ใช่มั้ย”

ทันทีที่จินยองพูดแบบนั้น  หัวใจที่สั่นโครมครามของเขาก็พลันสงบลง  ในโลกนี้ไม่มีใครที่จะรู้จักตัวตนของผู้ชายอย่างเขาไปมากกว่าคนที่อยู่ตรง หน้าอีกแล้ว   แจบอมเม้มปาก  ยังนึกไม่ออกว่าคนรักจะมาไม้ไหน

จินยองสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ  “อยากอยู่กับเราตรงนี้  หรืออยากไปหายองแจ”

คำถามจากเด็กหนุ่มตบหน้าเขาอย่างแรง   แจบอมรู้สึกมึนงงไปหมดแม้ว่าจะไม่ได้โดนทำร้ายร่างกายเลยแม้แต่ปลายก้อย

“ว่าไง?”

“อยาก…”

พูดได้แค่คำว่าอยาก  เพราะในขณะที่สมองสั่งให้อยู่ตรงนี้  แต่หัวใจกลับตะโกนชื่อของใครอีกคนขึ้นมา

“แจบอม” จินยองเร่งเร้า

เขานั่งนิ่ง  รู้ดีว่ามีความหมายอะไรซ่อนอยู่ในคำถามของคนรัก  จินยองบีบให้เขาเลือกอ้อมๆ  ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่มีวันมานั่งปวดหัวใจอยู่แบบนี้

ขเวยองแจ  นายล้ำเส้นเข้ามาใกล้เกินไปแล้ว

“เราอยากไปดูเขา” ในที่สุดผู้ชายที่โดนตราหน้าว่าเป็นเจ้าชายน้ำแข็งก็ยอมหลอมละลายปราการของ ตัวเองลง   สายตาของแจบอมเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด  “แต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะเลือกเขานะ”

ร่างโปร่งถอนหายใจแล้วส่ายหน้า  “ไปซะ”

“อย่าประชดได้ไหม  ถ้าจินยองโกรธ  เราไม่ไปก็ได้นะ”

“นี่ใช่อิมแจบอมตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย” จินยองเอ่ยออกมาอย่างสุดทน   เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้มมองผู้ชายซึ่งเป็นที่หมายปองของคนจำนวนมาก อย่างผิดหวัง  “อยากไปก็ไปสิ  เราก็แค่ถามให้เธอรู้ใจตัวเองเท่านั้นแหละ  เธอก็รู้ว่าเราไม่เคยคิดจะรั้งเธอไว้อีกแล้ว   ทำไมต้องให้เราไปเป็นตัวถ่วงความรักครั้งใหม่ของเธอด้วยวะ”

แจบอมนิ่งเงียบ  เขาเงยหน้ามองจินยองราวกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“เกิดอะไรขึ้น  ทำไมต้องเสียงดัง”  เสียงที่สามแทรกขึ้นมาในบทสนทนา  แจบอมแอบเบ้หน้าทันทีเมื่อเห็นว่าใครเพิ่งเดินเข้ามา

จินยองหันไปมองแล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้  “พี่มาร์ค”

ไอ้พี่มาร์ค

นี่แหละต้นเหตุที่ทำให้ปาร์คจินยองไม่คิดจะรั้งเขาไว้อีกแล้ว

ที่ผ่านมาอิมแจบอมเป็นคนรักสนุก   เขานอนกับคนอื่นแทบไม่ซ้ำหน้าแม้ว่าจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วก็ตาม     เขารักจินยองนะ  แต่เขาเชื่อว่าตราบใดที่ยังไม่ยกย่องใครเหนือคนรัก  แค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวแบบนี้ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร   พวกเขาทะเลาะกันบ่อยครั้งแต่จินยองก็รักเขามากเกินกว่าจะเดินจากไป   นั่นทำให้แจบอมเผลอนึกว่าอีกฝ่ายเป็นของตายของตัวเอง   โดยลืมคิดไปว่าทุกความรักมีวันหมดอายุ  หากไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอ

คืนที่เขาพบยองแจ  คือคืนที่เขาถูกจินยองบอกเลิก

แจบอม เมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้   เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องระหว่างยองแจและเขาเริ่มต้นที่ตรงไหน  รู้เพียงมันจบลงบนเตียงนอนซึ่งเขาหวงนักหนา   ชายหนุ่มคิดว่ามันจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเหมือนเช่นที่ผ่านมา  แต่กลับเป็นว่าเขาเสพย์ติดเด็กหนุ่มปากแข็งคนนี้อย่างโงหัวไม่ขึ้นจนล่วงเลย มาเป็นเวลาเกือบปี

รักไหม? ไม่  ไม่ใช่รัก

อิมแจบอมยังคงจมกับความรักครั้งเก่า   ไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้ทั้งนั้น

เรื่องของจินยองมันกลายเป็นแผลเป็นในหัวใจของเขาไปแล้ว   ทุกครั้งที่สัมผัสไปโดนร่างกายก็จะท้วมท้นไปด้วยความรู้สึกผิด   เขาจึงเฝ้ารอคอยให้จินยองกลับมาเพื่อที่จะได้แก้ไขในส่ิงที่เขาทำพลาดไป   เพราะเขาเชื่อว่าจินยองจะรักเขาได้อีกครั้งหากเขาพยายามมากพอ   แจบอมยอมทำทุกอย่างเพื่อทวงคืนตำแหน่งคนรักกลับมา  ซื้อดอกไม้  อัพโซเชียลเน็ตเวิร์ค เขียนการ์ด  ไปรับไปส่ง

แต่ทั้งหมดก็เหมือนรดน้ำลงผืนทราย

สำหรับคนไม่มีใจ  ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่อาจซึมซับความรักจากเขาได้อีกแล้ว

ปาร์คจินยองหมดรักอิมแจบอมอย่างสมบูรณ์แบบ

“นั่นคุณแจบอมเหรอ” เจ้าของผมสีแดงเซ็ทเป็นทรงเท่ๆ เอ่ยถามจินยองเป็นภาษาอังกฤษ   จินยองพบมาร์คหลังจากบินไปเรียนต่อได้สักพัก  แจบอมไม่รู้ว่าแฟนเก่าเล่าอะไรให้แฟนใหม่ตัวเองฟังบ้าง   แต่จากสายตาที่มองมา   มิสเตอร์มาร์คคงไม่ได้มีความประทับใจในตัวเขามากนัก

ร่างโปร่งยื่นมือมาทักทายเขา  “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแจบอม   ผมมาร์ค  เป็น —“

“รู้แล้ว  ไม่ต้องบอก”

“แจบอม!” จินยองดุซ้ำเป็นหนที่สองของวัน

แจบอมไม่เคยอยู่ในสภาพพ่ายแพ้ขนาดนี้มาก่อนเลย  เขาจิ๊ปากแล้วยื่นไปจับมือกับอีกฝ่ายส่งๆ  สายตาของมาร์คมีประกายบางอย่างที่ทำให้เขาอยากปล่อยหมัดใส่หน้าด้วยความ หมั่นไส้   พอๆ กับเวลาที่แจ็คสันมองหน้าเขาไม่มีผิด

“แล้วตกลงจะไปหายองแจมั้ย”

“….”

“แจบอม”

“โอ๊ย!” แจบอมลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ เมื่อโดนดีดเข้าอย่างจังจากฝีมือคนน่ารักแต่ใจร้ายตรงหน้า  “ตีทำไมเนี่ย”

“สติมาหรือยัง”จินยองขมวดคิ้ว  “ไปหายองแจซะ”

“นี่จะบีบให้เรายอมแพ้ใช่มั้ย  เราบอกแล้วไงว่าเราแค่เป็นห่วงเขาเฉยๆ  ยังไงเราก็เลือกเธอ” เขาเถียง

“แจบอมนี่โง่กว่าที่เราคิดอีกนะเนี่ย” จินยองส่ายหน้า  ความรำคาญฉายชัดในแววตา  “อิมแจบอมที่เรารู้จักไม่เคย ‘เป็นห่วงความรู้สึก’ ของใคร  แต่นี่เธอเพิ่งพูดออกมาว่าเป็นห่วงเด็กนั่น  ยังไม่รู้ตัวเองอีกเหรอว่าจริงๆ แล้วต้องการใครกันแน่”

เขาหมดคำพูดจะแก้ตัว   เป็นเรื่องจริงที่ตอนนี้ชเวยองแจทำให้เขาห่วงได้แทบบ้า

“ไม่มีมนุษย์คนไหนหรอกนะที่จะยอมทนอยู่ในฐานะตัวสำรองมาเป็นปีๆ นอกเสียจากเขาจะรักเธอมาก”  จินยองเตือนสติ  “ไม่ควรมีใครต้องมาเสียใจเพราะความไม่ชัดเจนของเธออีกแล้ว  รีบไปซะ  ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป”

แจบอมมองหน้าจินยองเหมือนคนที่เพิ่งรู้จักกันใหม่อีกครั้ง   เขาพึมพำคำขอบคุณแล้วออกวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที

ทุกอย่างยังไม่สายเกินไปใช่ไหม

 


 

ยองแจนั่งนิ่งๆ หน้ากระจกมาสักพักใหญ่แล้ว    คราบน้ำตายังคงทิ้งร่องรอยอยู่บนใบหน้าหวาน   ดวงตาบวมแดงบ่งบอกถึงความทรมานที่เขาผ่านมาตลอดหลายชั่วโมง

“ไหนสัญญาแล้วไงว่าจะไม่งอแง” เขากระซิบบอกคนในกระจก   สภาพของตัวเองตอนนี้แย่ยิ่งกว่าผีดิบ  ความเสียใจยังคงเอ่อล้นอยู่ในอากาศ   ส่วนความทรงจำมันก็คอยแต่จะวนกลับมาทำร้ายจนแม้แต่โลกในความฝันเขาก็ไม่อาจ ข่มตาให้หลับได้

โทรศัพท์ เครื่องบางยังคงสั่นอย่างต่อเนื่อง   หน้าจอแสดงชื่อเพื่อนสนิทที่ยังไม่ละความพยายามในการติดต่อเขา   ยองแจถอนหายใจแล้วปิดเสียงเพื่อตัดรำคาญ   เขาตบหน้าตัวเองหลายๆ ทีเพื่อเรียกสติ   ชเวยองแจในกระจกจ้องตอบกลับมาราวกับจะให้กำลังใจว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง   เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างเล็กจึงลุกขึ้นไปเก็บข้าวของเท่าที่จำเป็น

กริ๊ง~

เสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าประตู   เขาชะงักมือที่กำลังพับเสื้อผ้าลงกระเป๋า   ร่างเล็กเม้มปากอย่างชั่งใจว่าจะลุกไปเปิดประตูดีหรือไม่   แต่เมื่อจิตด้านหนึ่งกระซิบว่าคนหลังประตูบานนั้นอาจจะเป็นอิมแจบอมก็ได้   ยองแจเลยทิ้งความลังเลทุกอย่างแล้วเดินไปหา

ทันทีที่ประตูเปิดออก  พวกเขาจ้องตากันอย่างเงียบเชียบก่อนที่อีกฝ่ายจะรั้งเขาไปกอดไว้

“อย่าหนีไปจากฉัน…”

น้ำตาที่เพิ่งเหือดไปไหลลงมาอีกรอบ

 

 

 

แจบอมไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรรู้สึกอย่างไร

ภาพของแจ็คสันและยองแจที่ยืนกอดกันแนบแน่นตรงประตูห้องของร่างเล็กทำให้ใจหวิว แปลกๆ   มือทั้งสองเผลอกำเข้าหากันแน่นโดยที่เขาไม่รู้ตัว   แม้จะรีบมาหายองแจมากแค่ไหน  แต่เขาก็ยังช้ากว่าแจ็คสันอยู่หนึ่งก้าวอยู่ดี   แจบอมเพิ่งสังเกตว่ามันเป็นแบบนี้เสมอมาตั้งแต่เขาคบหากับตัวเล็ก   เพียงแต่ทุกครั้งจะเป็นชเวยองแจที่เดินถอยหลังกลับมาหาเขาเองโดยที่ชายหนุ่ม ไม่ต้องพยายามออกแรงเดินไปหา

ทว่าครั้งนี้เขาไม่มั่นใจเอาเสียเลย

“มายืนกอดกันอยู่ตรงนี้ไม่อายชาวบ้านเขาบ้างหรือไง”

แจ็คสันและยองแจผละออกจากกันทันที   ร่างเล็กหันมามองทางเขา   ใบหน้าหวานยังเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา  สีหน้าเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด   หัวใจของแจบอมกระตุกวาบ   เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ยองแจจะร้องไห้   พื้นฐานของเด็กนั่นเป็นคนซ่อนความทุกข์ไว้ในใจเสมอแม้ว่าจะมีเรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นในชีวิต

แล้วอิมแจบอมเป็นใครถึงมีสิทธิ์ทำให้ชเวยองแจร้องไห้ได้ขนาดนี้

“พี่แจบอม…”

“มึงมาทำไม” แจ็คสันดึงยองแจให้ย้ายไปอยู่ข้างหลังตัวเองแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขา

ชเวยองแจที่เดินเคียงข้างเขามาตลอดกำลังถูกปกป้องโดยผู้ชายคนอื่น

หงุดหงิด

แจบอมไม่เคยใช้ของร่วมกับใคร  และมันจะไม่มีวันนั้นด้วย

“เห็นเพื่อนนายไปพร่ำเพ้อแทบตาย  ฉันก็นึกว่านายจะเป็นอะไรมาก  หึ  ฉันควรรู้ว่าคนแบบนายมันว่างได้ไม่นานหรอก   คิดจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจจากเหยื่อใหม่สินะ”  เขาพูดเสียงเย็น

“ไอ้แจบอม!”

ยองแจปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ แล้วรั้งเพื่อนสนิทที่ทำท่าจะเข้ามากระทืบเขา   นัยน์ตาของร่างเล็กเต็มไปด้วยความผิดหวัง  “พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง”

“ก็เห็นกับฉันก็ง่าย  กับคนอื่นก็คงไม่ต่างกันมั้ง”

“ใจร้าย”  ร่างเล็กมองหน้าเขานิ่ง   แม้ก่อนหน้านี้จะเคยโดนเหน็บว่าเป็นผู้ชายใจร้ายอยู่บ่อยๆ  แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะทำให้เขารู้สึกเจ็บได้เท่ากับครั้งนี้อีกแล้ว    ไม่ใช่คำพูดที่ทำร้ายเขา   แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังคู่นั้นต่างหาก

“เสียแรงที่รัก”  ยองแจเม้มปาก   น้ำเสียงสั่นเครือ  หยาดน้ำตาไหลลงมาอีกครั้งอย่างที่เจ้าตัวไม่คิดจะทนฝืนอีกต่อไป   “เราอย่าเจอกันอีกเลยนะ”

แจบอมรู้จักยองแจดีพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดจริง

จินยอง  ฉันทำทุกอย่างพังด้วยมือตัวเองอีกครั้งแล้ว

 

 

 

“เกิดอะไรขึ้นยูคยอม” จินยองที่เพิ่งมาถึงหันไปถามเพื่อนในกลุ่มอีกคนที่ดูมีสติมากที่สุดพลาง เหลือบมองสาเหตุที่ทำให้เขาต้องออกจากบ้านกลางดึกอย่างเป็นกังวล   อิมแจบอมนอนอยู่บนโซฟาอย่างหมดสภาพ

ยูคยอมถอนหายใจ  “ไม่รู้เหมือนกัน  อยู่ๆ ก็โทรตามให้มากินเหล้าเป็นเพื่อนหน่อย  แล้วมันก็กินเอาๆ ไม่พูดไม่จากับใครเลย   พอเมาแล้วก็เพ้อแต่คำว่าขอโทษไม่หยุด   สักพักก็ร้องไห้   พวกแกทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า”

จิน ยองส่ายหน้า   ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเย็นอีกฝ่ายตามไปง้อยองแจ   แต่ดูจากสภาพแล้วท่าทางจะมีเรื่องเกิดขึ้น   ร่างโปร่งคลำไปที่เสื้อแจ็คเกตของอีกฝ่ายก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา   จินยองพึมพำคำขอโทษแล้วตัดสินใจส่งข้อความถึงใครบางคน

 


 

“กลับไปเหอะ  ฉันอยู่ได้” ยองแจเอ่ยปากไล่แจ็คสันเป็นรอบที่สิบ  ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้วแต่เพื่อนสนิทก็ยังคงไม่ยอมจากไปไหนเสียที

“ไม่เอา  เดี๋ยวมึงคิดฆ่าตัวตายอีก” แจ็คสันที่นอนอ่านการ์ตูนอยู่บนเตียงตอบกลับมาลอยๆ

เขาถอนหายใจ  “ไม่เคยเหอะ”

“กูนอนนี่สักคืนไม่ได้หรือไง   อย่านึกนะว่าไม่เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าที่มึงเตรียมไว้   จะหนีก็พูดมา”  ยองแจเงียบทันทีเมื่อโดนรู้ทัน  แจ็คสันวางการ์ตูนลงข้างตัวแล้วลุกขึ้นมาจ้องหน้าเขาอย่างจริงจัง  “ยองแจ  กูเป็นเพื่อนมึงนะ  มึงเป็นแบบนี้แล้วกูจะสบายใจได้ยังไง”

คำว่าเพื่อนของอีกฝ่ายทำให้ขอบตาเขาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกหน  “เออ รู้”

“เสียใจก็ร้องไห้ดิวะ  กูล่ะโคตรเกลียดเวลามึงพยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง”

เด็กหนุ่มเบ้ปากแล้วลุกขึ้นไปรินน้ำให้ตัวเอง  ประจวบเหมาะกับเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น   ข้อความที่ส่งมาทำให้ยองแจตัวชาวาบ เบอร์น่ะเป็นของแจบอม  แต่คนที่ส่งมานี่สิ..

 

‘ออกมาหาพี่ที่ร้านแถวมหาลัยหน่อยได้ไหม  มีเรื่องจะคุยด้วย

-จินยอง- ’

 

“อย่าไปเลย” แจ็คสันพูดขึ้นหลังจากแย่งโทรศัพท์มือถือของเขาไปอ่าน

“แต่ว่า..”

“ถ้ารู้ว่าต้องเสียใจแล้วจะไปทำไม  แค่นี้ยังทำร้ายตัวเองไม่พออีกเหรอ”

ยองแจลังเล แต่สัญชาตญาณบางอย่างเรียกร้องให้เขาออกไป

 


 

เอาเข้าจริงๆ ยองแจก็ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ปากว่า

เขายืนอยู่หน้าผับหรูซึ่งจินยองแวะมาส่งก่อนจะขับรถกลับไป  พี่จินยองไม่ได้เรียกเขามาต่อว่า  รุ่นพี่พูดกับเขาเพียงสั้นๆ ว่าตนและแจบอมเลิกกันนานแล้ว – ก่อนที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ – และบอกให้เขาไปคุยกับคนใจร้ายให้รู้เรื่อง

ยองแจอยากจะปฏิเสธแต่ปากก็หนักเกินกว่าจะพูดไป   อิมแจบอมยังคงมีอิทธิพลเหนือจิตใจของเขาเสมอ

“ยองแจ” แจบอมในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นพึมพำ   ครั้งสุดท้ายที่ยองแจเคยเห็นแจบอมเมาขนาดนี้คือวันแรกที่พวกเขาพบกัน   ตอนนั้นแจบอมดึงเขาไปจูบโดยที่ยังไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ

“กลับบ้านเถอะ  พี่เมามากแล้ว”

“ไหนว่าอย่ามาเจอกันอีกเลยไง”

ร่างเล็กเงียบ  เสียงหัวใจในอกด้านซ้ายเต้นอย่างอ่อนล้า  นึกชิงชังตัวเองเหลือเกิน  “พี่ยูคยอมช่วยผมหน่อยครับ”

“ครับๆ” ยูคยอมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เข้ามาช่วยยองแจหิ้วปีกเพื่อนสนิทออกไปนอกร้านอย่างเต็มใจ   ทั้งยองแจและแจบอมต่างไม่พูดอะไรกันอีกจนกระทั่งถึงรถ  ยูคยอมล้วงกุญแจในกางเกงแจบอมแล้วส่งให้ยองแจ  “พี่ฝากด้วยนะ”

ยองแจพยักหน้ารับ   ยูคยอมตบไหล่เพื่อนสองสามทีแล้วเดินจากไป

“นายมาที่นี่ทำไม” แจบอมที่เริ่มสร่างเมาแล้วหันมาถามหลังจากร่างเล็กขับรถออกมาได้สักพัก   นั่นเป็นคำถามที่แม้แต่เขาก็ยังตอบไม่ได้

ยองแจเลือกจะตอบคำถามด้วยคำถาม  “แล้วทำไมถึงเมาขนาดนี้”

“ไม่รู้ว่ะ” แจบอมถอนหายใจเฮือกใหญ่  “มันหงุดหงิดตัวเอง”

คนขับรถจำเป็นไม่ได้ถามอะไรต่อ   ทั้งคู่ปล่อยให้ความอึดอัดเข้ามาปกคลุมภายในรถช้าๆ   ใช้ความเงียบเป็นตัวดำเนินบทสนทนาที่ไร้เสียง

แล้วก็เป็นคนแก่กว่าที่ทำลายกำแพงนี้ลง

“นายรักฉันมากแค่ไหน”

ร่างเล็กเหล่มองคนที่นั่งข้างๆ แล้วตอบเสียงแผ่ว  “มากจนเกลียดตัวเอง”

“แล้วทำไมบอกเลิกฉันล่ะ”

คำพูด ใจร้ายย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้งอย่างเลือดเย็น  ยองแจพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นยามเอ่ย  “สงสารหัวใจตัวเอง  พี่ไม่เคยเป็นคนที่รักมากกว่า  พี่ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บแค่ไหน”

คำพูดของยองแจตบหน้าแจบอมอย่างแรง

ชาย หนุ่มรู้สึกปั่นป่วนในอก  คำถามที่ตัวเองยังตอบไม่ได้คือตนรู้สึกอย่างไรกับยองแจกันแน่   เป็นความรัก  ความใคร่  หรือเพียงความผูกพัน   แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร   ตอนนี้แจบอมทำใจไม่ได้ที่จะต้องเสียร่างเล็กไป

ยังมีโอกาสให้คนใจร้ายได้แก้ตัวไหม?

“ยองแจ  พี่ขอโทษ” แจบอมกระซิบ  กระแสสำนึกชัดเจนในทุกถ้อยคำที่เอ่ยไป

หัวใจคนฟังกระตุกวูบ   มือที่บังคับพวงมาลัยสั่นขึ้นมาน้อยๆ

ชายหนุ่มหันไปมองร่างเล็กเต็มตา  เป็นครั้งแรกที่สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายบอบบางเหลือเกิน    คนเป็นพี่ยอมทิ้งความยึดติดในศักดิ์ศรีทั้งหมดทิ้งไปยามที่เอ่ยวจีอ้อนวอน  “น้องยองแจ  ให้โอกาสพี่อีกสักครั้งได้มั้ยครับ”

ร่างเล็กปล่อยโฮอย่างไม่คิดกลั้นไว้ทันที   เขาหันมามองแจบอมเต็มตาเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป   หลายปีที่เขาเฝ้ารักอีกฝ่ายมาด้วยใจที่ไร้ความหวัง   ในที่สุดก็ได้รักกลับคืนมาเสียที

“ยองแจ!” แจบอมตะโกนลั่นรถเมื่อเหลือบไปเห็นรถยนต์ที่พุ่งออกจากซอยมาด้วยความเร็ว   ชายหนุ่มกระชากพวงมาลัยให้หักหลบก่อนที่รถทั้งสองคันจะปะทะกันอย่างแรง

ภาพของแจบอมตอนที่ช่วยฉุดเขามาไว้แนบอกเมื่อหลายปีก่อนฉายขึ้นมาในหัว   กระทั่งตอนนี้ผู้ชายที่โดนตราหน้าว่าใจร้ายก็ยังเป็นคนเดียวที่เข้ามาช่วย เขาเสมอ

ยองแจ สะลึมสะลือมองคนที่นอนสลบอยู่ข้างๆ  เขาเอื้อมมือไปสัมผัสที่ใบหน้าโชกเลือดของอีกฝ่าย   นึกชังน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาจนทำให้มองอีกฝ่ายไม่ถนัด

“รัก..”

เขากระซิบ  ก่อนที่โลกทั้งใบจะดับลง

 


 

“แม้กระทั่งตอนนี้ฉันก็ยังช้ากว่านายหนึ่งก้าว”

แจ็คสันหันมามองชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนถือช่อดอกลิลลี่สีขาวอยู่เบื้อง หลัง  อิมแจบอมยิ้มมุมปากให้แล้วแทรกตัวไปยืนหน้าป้ายหินที่สลักชื่อ ‘ชเว ยองแจ’   บนหลุมศพมีกุหลาบสีแดงและหนังสือการ์ตูนที่ชายหนุ่มเดาว่าคงเป็นของเพื่อน สนิทของตัวเล็ก   เขาวางดอกไม้ลงข้างกันแล้วใช้มือปัดเศษฝุ่นที่เกาะตรงป้ายชื่อออกอย่างอ่อน โยน

“สี่ปีแล้วเนอะ” คนที่ไม่เคยพูดดีๆ กับเขาเลยสักครั้งชวนคุยขึ้นมา  ก่อนหน้านี้แจ็คสันแทบจะฆ่าเขาทุกครั้งที่พบกัน

“อืม” แจบอมตอบรับ   ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังเป็นแผลสดสำหรับเขาเสมอ   แจบอมใช้เวลารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสามเดือนเต็มเพราะเขาเบี่ยงให้ฝั่งที่ ตนนั่งเป็นฝั่งที่รับแรงปะทะ

แต่เขารอดตาย  ในขณะที่ต้องสูญเสียชเวยองแจไปตลอดกาล

แจ็คสันถอนหายใจ  “แจบอม  ฉันว่าสี่ปีมันนานพอที่นายจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนได้แล้วนะ”

“ไม่ได้หรอก”  แจบอมหันกลับไปมองรุ่นน้อง   เขาตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ แล้วส่งยิ้มให้  “เพราะฉันไม่เคยบอกลา”

 

 

 

END*

 

leave a comment below or tweet me via #ฟิคอลจ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s